เวลา  :: ยินดีต้อนรับ..เข้าสู่จังหวัดแพร่ :: Welcom To Phrae ::

ช่วงเช้าในเมือง เที่ยววัดหลวง วัดสระบ่อแก้ว วัดจอมสวรรค์ บ้านประทับใจ บ้านวงค์บุรี พิธภัณฑ์พื้นบ้านบ้านฝ้าย   วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร
[วัดพระหลวง] ซึ่งวัดหลวงถือเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองแพร่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้น
กับการสร้างเมืองแพร่ มีโบราณสถานที่สำคัญ เช่น
พระเจดีย์หลวงธาตุเนิ้ง เป็นเจดีย์เก่าแก่สร้างแบบสุโขทัย มีความศักดิ์สิทธิ์มากเป็นที่   เคารพสักการะของประชาชนทั่วไป หอระฆัง ทรงหกเหลี่ยม และพระอุโบสถเก่าแก่เป็นสถานที่เก็บวัตถุโบราณ
 [วัดพระธาตุจอมแจ้ง]
ในเขตบ้านต้นไครอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆ ต ำบลป่าแดง อำเภอเมือง ห่างจากพระธาตุช่อแฮไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 2 กิโลเมตร มีประวัติความเป็นมาคู่กันกับพระธาตุช่อแฮ มีตำนานเล่ากันมาว่า เมื่อพระพุทธเจ้าได้เสด็จมาโปรดสัตว์ เมื่อมาถึงดอยลูกหนึ่งอยู่ทางทิศใต้ของดอยธชัคบรรพต เป็นเวลาจวนใกล้สว่าง (ใกล้ แจ้ง) จึงเรียกว่าดอยจวนแจ้ง และได้เรียกกันต่อมาว่าพระธาตุจอมแจ้ง วัดพระธาตุจอมแจ้งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหลวงพ่อทันใจ
ซึ่งมีประวัติว่าใช้เวลาสร้างเพียงวันเดียว
[วัดจอมสวรรค์]  ตั้งอยู่ถนนยันตรกิจโกศล ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ ป็นโบราณสถานที่สร้างขึ้นโดย                ชาวไทยใหญ่ (เงี้ยว) เป็นศิลปะแบบพม่า วิหารสร้างด้วยไม้สักทั้งโบสถ์ ศาลาการเปรียญ และกุฏิในอาคารเดียวกัน มีการตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง ด้วยฝีมือการฉลุไม้ ประดับกระจกสีงดงาม โบราณวัตถุที่สำคัญได้แก่ พระพุทธรูปที่สานด้วยไม้ไผ่ลงรักปิดทอง พระพุทธรูปหินอ่อน และคัมภีร์งาช้างจารึกด้วยภาษาพม่า คำภีร์ปกดำ ปกขาว กระดาษสาที่จารึกด้วยภาษาไทย และภาษาขอม



[ บ้านประทับใจ]
อยู่บ้านเลขที่ 81/1 ถนนรอบเมือง
เป็นบ้านของเอกชน ทรงไทยประยุกต์สร้างด้วย
ไม้สักทั้งหลัง โดยใช้ไม้ซุงขนาดใหญ่อายุกว่า 300 ปี
เป็นเสาบ้าน รวม 130 ต้น แกะสลัดอย่างสวยงาม เปิกให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่ เวลา 08.00-16.00 น.
เก็บค่าเข้าชมคนละ 10 บาทโทร 054-511008

[บ้านวงศ์บุรี]
เป็นบ้านของเจ้าพรหมเจ้าสุนันตาวงศ์บุรี ผู้สืบเชื้อสายมาจากอดีตเจ้าเมืองแพร่สร้างเมื่อปี พ.ศ.2440 โดยช่างชาวจีนจากมณฑลกวางตุ้ง เป็นบ้านแบบยุโรป ประยุกต์ หลังคาสูงทรงปั้นหยา 2 ชั้น ฐานก่ออิฐถือปูน สูงจากพื้น 1 เมตร มีลวดลายไม้แกะสลักประดับตัวบ้านทั่วไปภายในบ้านตกแต่งด้วย เครื่องใช้เก่าแก่ของตะกูล เปิดให้ชมทุกวัน เวลา 9.00-16.30 น.


   [วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร] แต่เดิมนั้นเป็นวัดราษฎร์ต่อมาในปี
พ.ศ. ๒๔๙๘ ได้ยกฐานะ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ประเภทวรวิหาร นั้นวัดพระบาทมิ่งเมืองมาจากสอง
วัดรวมกัน ได้แก่ วัดพระบาท และวัดมิ่งเมือง ตั้งอยู่ห่างกันเพียงมีถนน กั้นเท่านั้น วัดพระบาทเป็นวัดของอุปราชหรือเจ้าหน้าหอ ส่วนวัดมิ่งเมืองเป็นวัดของเจ้าผู้ครองนครแพร่เมื่อเมือง แพร่ล้มเลิกระบบเจ้าผู้ครองนคร วัดทั้งสองก็ถูกทอดทิ้งอยู่ในสภาพ ทรุดโทรมมากกระทั่ง คณะกรรมการ จังหวัดเห็นสมควรรวมสองวัด เข้าด้วยกัน ให้ชื่อว่า วัดพระบาทมิ่งเมือง มาจนทุกวันนี้